2. แนวคิดชนชาติไทยเป็นเชื้อสายมองโกล มีถิ่นเดิมอยู่เเถบเทือกเขาอัลไต

–  จากการค้นพบทางโบราณคดีที่หมู่บ้านซานซิงตุย มณฑลซื่อชน พ.ศ. 2519  พบประติมากรรมสำริดขนาดใหญ่จำนวนมากมีทั้งรูปคน  ศีรษะและหน้าคน  หล่อสำริดหลายขนาด  เป็นของปลายสมัยราชวงศ์ชาง  ล้วนแต่มีรูปร่างสัณฐานและใช้เครื่องนุ่งห่มต่างจากชนชาติไทย  จึงเป็นหลักฐานยืนยันว่าไทยมิได้มีถิ่นเดิมอยู่ในบริเวณนี้

แผนที่แสดงแนวคิดชนชาติไทยเป็นเชื้อสายมองโกล มีถิ่นเดิมอยู่เเถบเทือกเขาอัลไต

แนวคิดนี้เชื่อว่า ชนชาติไทยมีเชื้อสายมองโกล  เป็นชาติที่มีความเก่าแก่และเจริญรุ่งเรืองมาก่อนจีน ถิ่นเดิมน่าจะอยู่ในเขตอบอุ่นเหนือ  ต่อมาได้เคลื่อนย้ายมาสู่ประเทศจีนและตั้งอาณาจักรของตนขึ้นมาเรียกว่า อาณาจักรอ้ายลาว จีนเรียกต้ามุง เมื่อประมาณ 1,700 ปีก่อนพุทธศักราช  ต่อมาเมื่อชาวจีนมีความเข้มแข็งได้ขยายอิทธิพลเข้าไปในถิ่นของชาวไทยและแย่งชิงพื้นที่ทำมาหากิน ทำให้ชาวไทยอพยพไปหาที่ทำกินแหล่งใหม่เมื่อประมาณ 60 ปีก่อนพุทธศักราช โดยอพยพลงไปสู่ทางใต้ของจีน ต่อมาได้มีการขยายแนวคิดออกไป  โดยนักประวัติศาสตร์รุ่นต่อมา

ดร.วิลเลียม  คลิฟตัน  ดอดด์  ( William  Clifton  Dodd )  เป็นผู้ริเริ่มแนวคิดนี้

มีนักประวัติศาสตร์รุ่นหลังได้ยืนยันและขยายแนวคิด เช่น ขุนวิจิตรมาตรา ( รองอำมาตย์โทสง่า  กาญจนาคพันธ์ )

หลักฐานที่ใช้ในแนวคิดนี้มีที่มาจากหลักฐาน  เอกสารของจีน  พิจารณาความคล้ายคลึงด้านภาษาและขนบธรรมเนียมประเพณี  ว่ามีความคล้ายคลึงกันระหว่างชนกลุ่มน้อยในไทยกับจีน หลักฐานทางด้านภาษาจากการตีความคำบางคำในท้องถิ่น

ปัจจุบันนักวิชาการต่างปฏิเสธแนวคิดนี้ เพราะมีเหตุผลและหลักฐานคัดค้านหลายประการ เช่น

–   ที่นักวิชาการไทยบางท่านเห็นว่า  ไต ชื่อเทือกเขาอัลไตเป็นภาษาไทย หมายถึงไท นั้น ศาสตราจารย์เฉินหลวี่ฟ่าน แย้งว่า อัลไตเป็นภาษาทูเจของเผ่าเชื้อสายตุรกีในจีน  แปลว่า  ทองคำ ทั้งนี้เพราะเทือกเขาอัลไตอุดมไปด้วยแร่ทองคำมิได้เกี่ยวข้องกับคำว่า ไท แต่อย่างใด

–  สภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศของเทือกเขาอัลไตเป็นทุ่งหญ้าเหมาะแก่การเลี้ยงสัตว์ ไม่เหมาะกับการดำรงชีพของชนชาติไทย

–   พบภาพเขียนสีที่หน้าผาทางด้านใต้ของเทือกเขาอัลไตเป็นภาพสัตว์ต่าง ๆ ภาพคนขี่ม้าล่าสัตว์ ภาพการเลี้ยงปศุสัตว์ ภาพการฟ้อนรำ แสดงให้เห็นความเป็นอยู่และวัฒนธรรมของกลุ่มชนเร่ร่อน มิใช่วัฒนธรรมของไทย